• kittitat kitpuangsuwan

ผลสำรวจพฤติกรรม การเข้าคลินิกเสริมความงาม โดย HonestDocs

ตลาดธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงามของประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 250,000 ล้านบาท และมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง 15-20% ทุกปี โดยในตัวเลข 250,000 นี้  มีมูลค่าตลาดคลินิกความงามราว 30,000 ล้านบาท และตลาดศัลยกรรมความงามอีก 30,000 ล้านบาท อัตราเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี (ศ.ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, 2561)

จะเห็นได้ว่า เหล่าโรงพยาบาลยักษ์ใหญ่ก็หันมาจับธุรกิจนี้มากขึ้น โดยไม่เพียงแต่จับกลุ่มลูกค้าคนไทยเท่านั้น ยังมุ่งไปที่ลูกค้าต่างประเทศด้วย เพื่อศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมการเข้าคลินิกเสริมความงามของคนไทย HonestDocs จึงทำการออกแบบสอบถามเกี่ยวกับความถี่ในการเข้าคลินิกเสริมความงาม ประเภทบริการที่ผู้คนเลือกใช้ จำนวนเงินเฉลี่ยต่อเดือนที่จ่ายไป ฯลฯ โดยใช้วิธีแสดงแบบสอบถามออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Honestdocs.co ช่วงวันที่ 9-14 พฤษภาคม 2562 มีผู้ร่วมตอบคำถามทั้งสิ้น 9,351 คน

กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน ดังแผนภูมิด้านล่าง


1. ผู้ชายจำนวนไม่น้อยก็เข้าคลินิกเสริมความงาม

แม้จะพบว่าผู้เข้าคลินิกเสริมความงามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง โดยจากการสำรวจแล้ว ร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามที่เข้าคลินิกเสริมความงาม เพศหญิงและเพศชาย อยู่ที่ 27% และ 21% ตามลำดับ แต่เมื่อพิจารณาแยกตามช่วงอายุจะเห็นว่า ในทุกช่วงอายุของเพศชายนั้นมีผู้เข้าคลินิกเสริมความงามเป็นสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือประมาณ 20% ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ความถี่ของการเข้าคลินิกเสริมความงาม โดยหากดูภาพรวมของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จะพบว่าเกินครึ่งเข้าคลินิกเสริมความงามเมื่อมีปัญหา แต่เมื่อพิจารณาแยกตามเพศแล้ว จะเห็นพฤติกรรมของเพศชายที่เข้าคลินิกเสริมความงามบ่อยกว่าเพศหญิง โดยเพศชายจำนวนถึง 27% เข้าคลินิกเสริมความงามสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในขณะที่เพศหญิงที่เข้าคลินิกเสริมความงามสัปดาห์ละ 1 ครั้งนั้นมีจำนวนเพียง 12%

2. ผู้หญิงเข้าคลินิกเสริมความงามกันมากในช่วงอายุ 45-54 ปี ส่วนผู้ชายทุกช่วงอายุเข้าคลินิกเสริมความงามเป็นสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ผลการสำรวจผู้เข้าและไม่เข้าคลินิกเสริมความงาม จำแนกตามกลุ่มอายุ และเปรียบเทียบระหว่างเพศชายกับเพศหญิง พบว่าผู้หญิงช่วงวัย 45-54 ปี มีสัดส่วนผู้เข้าคลินิกเสริมความงามมากกว่าช่วงอายุอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด (34%) รองลงมาเป็นช่วงวัย 35-44 ปี (30%) และช่วงวัย 25-34 ปี (29%) ตามลำดับ อาจเป็นเพราะในช่วงวัย 45-54 ปี ฮอร์โมนเพศหญิงลดลง และการเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ เช่น คอลลาเจน ลดลง ผลที่ตามมาคือความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เสื่อมลงอย่างชัดเจน เช่น เต้านมฝ่อ  ผิวหนังแห้งและบางลง มีริ้วรอยและไม่กระชับ ซึ่งคลินิกเสริมความงามในปัจจุบันมีนวัตกรรมหลายอย่างที่ช่วยแก้ไขจุดบกพร่องเหล่านี้ให้แก่ผู้เข้ารับบริการได้ คลินิกเสริมความงามจึงเป็นทางเลือกที่ผู้หญิงวัยนี้ใช้กันมาก

3. คนอายุน้อยมักเลือกวิธีเสริมความงามที่ไม่ใช้การผ่าตัด

ในการจัดทำแบบสอบถามเพื่อสำรวจพฤติกรรมการใช้บริการในคลินิกเสริมความงาม HonestDocs ได้จำแนกประเภทบริการเสริมความงามออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • ทำทรีทเมนต์หรือเลเซอร์ เช่น YAG กำจัดขน ทำ HIFU 

  • กระชับใบหน้าเสริมความงามแบบใช้เข็ม เช่น ฉีดโบท็อกซ์

  • ทำเมโสการผ่าตัดศัลยกรรม เช่น ผ่าตัดเสริมจมูก ผ่าตัดทำตาสองชั้น

ผลการสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มอายุ 12-17 ปี และ 18-24 ปี เลือกใช้บริการเสริมความงามกลุ่มทำทรีทเมนต์หรือเลเซอร์มากที่สุด ส่วนผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มอายุ 55-64 ปี จะมีการใช้บริการเสริมความงามทั้งสามกลุ่มมาก เป็นสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยใช้การเสริมความงามแบบใช้เข็มมากที่สุด (44%) รองลงมาใช้การผ่าตัดศัลยกรรม (42%) และอันดับสามใช้การทำทรีทเมนต์หรือเลเซอร์ (40%)

น่าสังเกตว่าเมื่อดูเฉพาะกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป พวกเขาจะเลือกใช้บริการผ่าตัดศัลยกรรมมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับบริการเสริมความงามวิธีอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นเพราะเมื่อผิวหนังเสื่อมสภาพถึงจุดหนึ่ง วิธีการใช้เข็มหรือทรีทเมนต์ไม่สามารถแก้ไขจุดบกพร่องที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือในกลุ่มผู้ที่เสริมความงามด้วยการใช้เข็ม เมื่อทำซ้ำบ่อยเข้าก็จะตอบสนองต่อการเสริมความงามด้วยวิธีนี้น้อยลง 4. ยิ่งอายุมาก...ยิ่งจ่ายเงินเพื่อความงามมากขึ้น

การสำรวจจำนวนเงินเฉลี่ยต่อเดือนที่ผู้ตอบแบบสอบถามจ่ายไปในการเข้าคลินิกเสริมความงาม เปรียบเทียบแต่ละกลุ่มอายุ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มอายุ 12-17 ปี 18-24 ปี และ 25-30 ปี ส่วนใหญ่จะจ่ายเงินเฉลี่ยในการเข้าคลินิกเสริมความงามน้อยกว่า 1,000 บาท ต่อเดือน และจากกราฟจะเห็นได้ว่ายิ่งเป็นกลุ่มที่อายุมากขึ้น ก็จะยิ่งมีการใช้จ่ายเงินเพื่อเข้าคลินิกเสริมความงามสูงขึ้น โดยเห็นได้ชัดเจนที่กลุ่มอายุ 55-64 ปี และกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป ว่ามีการใช้จ่ายเงินเฉลี่ยในการเข้าคลินิกเสริมความงามต่อเดือนอยู่ที่ 4,001-5,000 บาท และ 5,000 บาทขึ้นไป ตามลำดับ

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเพราะคนอายุมากขึ้นมีรายได้และความสามารถในการใช้จ่ายสูงกว่าคนอายุน้อย รวมไปถึงมีความจำเป็นที่ต้องฟื้นฟูความเสื่อมของสภาพร่างกายมากกว่า และบางรายอาจต้องพึ่งคลินิกเสริมความงามเพื่อแก้ไขปัญหาอื่นๆ ที่เป็นปัญหาเกี่ยวโยงต่อสุขภาพ เช่น เมื่ออายุมากขึ้น หนังตาของบางคนจะม้วนเข้าจนเกิดปัญหาขนตาขูดขีดกระจกตา เป็นต้น

5. คลินิกที่ให้­­­บริการผ่าตัดศัลยกรรม มีตั้งแต่ราคาถูกมากไปถึงแพงมาก

ผลการสำรวจประเภทของการเสริมความงามที่ผู้ตอบแบบสอบถามเคยทำ และเปรียบเทียบจำนวนเงินเฉลี่ยนต่อเดือนที่พวกเขาใช้ในการเสริมความงาม พบว่าในกลุ่มที่เคยผ่าตัดศัลยกรรม เช่น ผ่าตัดเสริมจมูก ผ่าตัดทำตาสองชั้น คนที่เสียค่าใช้จ่ายต่ำกว่า 1,000 บาท มีจำนวนมากเกือบเท่ากับคนที่เสียค่าใช้จ่ายเกิน 5,000 บาท ซึ่งคิดเป็น 26% และ 30% ตามลำดับ


150 views