• kittitat kitpuangsuwan

12 Digital Landscape 2019! อย่ามอง “สื่อดิจิทัล” แค่สร้างการรับรู้ แต่ต้องใช้ปิดการขายให้ได้เร็ว!


เผยภาพ Digital Landscape ทั่วโลก และไทย โสรุปออกมาเป็น 12 ความเปลี่ยนแปลงสำคัญ ดังนี้ 1. ปี 2019 เป็นปีแรกที่เม็ดเงินโฆษณาทั่วโลก (Digital Ad Spending Worldwide) อยู่กับ “สื่อดิจิทัล” โดยเฉลี่ยแล้ว 50.1% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 333,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และคาดการณ์ว่าปี 2020 สัดส่วนดังกล่าวจะขยับขึ้นเป็น 53.6% คิดเป็นมูลค่ากว่า 385,0000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในระยะยาว ในปี 2023 คาดการณ์ว่าสัดส่วนเม็ดเงินโฆษณาในสื่อดิจิทัล จะเพิ่มขึ้นเป็น 60.5% คิดเป็นมูลค่า 517,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเทศที่งบโฆษณาสื่อดิจิทัล มีสัดส่วนมากกว่า 50% ของเม็ดเงินโฆษณาโดยรวมทั้งอุตสาหกรรมของประเทศนั้นๆ เช่น จีน, สหราชอาณาจักร, นอร์เวย์, ไอร์แลนด์, เดนมาร์ก

2. ประเทศไทย งบประมาณโฆษณาในสื่อดิจิทัล ยังไม่ถึง 50% ของเม็ดเงินสื่อโฆษณาทั้งอุตสาหกรรมสื่อโดยรวม แต่มีแนวโน้มเติบโตสูง และต่อเนื่อง

โดยคาดการณ์ว่า ปี 2019 เม็ดเงินโฆษณาสื่อดิจิทัล จะเกือบระดับ 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2018 มีมูลค่า 16,928 ล้านบาท

3. บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกที่ขายโฆษณาได้มากที่สุด อันดับ 1 คือ Google มูลค่าประมาณ 104,000 ล้านดอลาร์สหรัฐ / 2. Facebook มูลค่า 67,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / 3. Alibaba 29,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / 4. Amazon มูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

4. จากข้อ 3 สะท้อนได้ว่าเงินโฆษณาที่ไหลไปยังสื่อดิจิทัลมากขึ้น บ่งชี้ได้ว่า แบรนด์มุ่งมายังแพลตฟอร์ม “อีคอมเมิร์ซ” ตรงนี้ทำให้เห็น Digital Landscape ที่เปลี่ยนไป จากเดิมสื่อดิจิทัลมีบทบาทในการสร้างแบรนด์ดิ้ง, สร้างการรับรู้ แต่เวลานี้มุ่งสู่วัตถุประสงค์ด้าน “การขาย” มากขึ้น 

แม้การทำ “อีคอมเมิร์ซ” จะยังไม่ได้สร้างผลกำไรให้แก่องค์กรธุรกิจในวันนี้ แต่ “ต้องทำ” เพราะถ้าไม่ทำ คู่แข่งทำ เท่ากับว่าโอกาสการขายไปอยู่กับคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม “อีคอมเมิร์ซ” ไม่ใช่เป้าหมายปลายทางของการใช้สื่อดิจิทัล หรือทำแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่ “อีคอมเมิร์ซ” เป็นส่วนหนึ่งของ 2 Key Point ที่นักการตลาด และนักโฆษณา ต้องตอบโจทย์ให้ได้ คือ Effectiveness และ Efficiency ในการทำการตลาด

โดยมีเป้าหมายใหญ่ คือ “Profitability” หรือความสามารถในการสร้างผลกำไร

5. มี 8 เรื่องสำคัญนับจากปี 2019 เป็นต้นไป คือ AI, Segmentation, Data Use, E-Commerce, Omni-channel, Programatic, Automation, Influencer Marketing 

6. ช่องว่างระหว่างผู้ชนะ กับผู้แพ้ ห่างกันเรื่อยๆ เนื่องจากความรู้ที่สะสมจาก Data ใส่เข้าไปคลังข้อมูล และให้ Machine Learning เรียนรู้ และประเมินผล

ดังนั้นใครที่มีข้อมูลสะสมมาก ยิ่งเกิดการเรียนรู้มาก ก็ยิ่งล้ำหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น Speed จึงเป็นสิ่งสำคัญในยุคนี้ 7. อุตสาหกรรมในประเทศไทย ที่ใช้งบในสื่อดิจิทัลสูงสุด 5 อันดับแรกของปี 2019

อันดับ 1 ยานยนต์ (2,783 ล้านบาท) / อันดับ 2 สื่อสาร (2,115 ล้านบาท) / อันดับ 3 ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (1,753 ล้านบาท) / อันดับ 4 ธนาคาร (1,396 ล้านบาท) / อันดับ 5 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (1,239 ล้านบาท)

8. แพลตฟอร์มหลักที่งบโฆษณาสื่อดิจิทัลส่วนใหญ่ เข้ามามากสุด 3 อันดับแรก คือ 1 Facebook Ad / 2 YouTube Ad / 3 Search Engine

9. ที่น่าสนใจคือ การใช้งบประมาณในงานครีเอทีฟ บนสื่อดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเดิมงานครีเอทีฟ ออกอากาศบนสื่อดั้งเดิม เช่น TVC แต่ปัจจุบันได้ย้ายมาอยู่บนสื่อดิจิทัลมากขึ้น 10. นักการตลาด – นักโฆษณา/นักสื่อสาร ยังคงให้ความสำคัญกับ “วิดีโอออนไลน์” 

นอกจากนี้ LINE เป็นอีกแพลตฟอร์มการสื่อสารสำคัญที่กำลังมาแรง เนื่องจากปีที่แล้วออกฟีเจอร์เครื่องมือการใช้งานมากขึ้น ทำให้เป็นแพลตฟอร์มสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น 11. เป้าหมายของการใช้สื่อดิจิทัล นอกจากเพื่อสร้างการรับรู้ หรือเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายแล้ว ที่สำคัญยังต้องนำไปสู่การสร้าง Customer Engagement – Lead Generation

Lead Generation คือ กลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มสนใจสินค้า-แบรนด์นั้นๆ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่คนๆ นั้นจะเปลี่ยนมาเป็น “ลูกค้า” ของแบรนด์

12. เครื่องมือดิจิทัล มีบทบาทสำคัญใน 3 ส่วนหลัก คือ 1. เป็นแพลตฟอร์มสำหรับเก็บ-วิเคราะห์ Data / 2. เป็นแพลตฟอร์มด้านอีคอมเมิร์ซ และ 3. ใช้สำหรับ Real-Time Media, Dashboard, Monitoring Tools


4 views