• kittitat kitpuangsuwan

Digital Marketing Trends การนำ Data มาประยุกต์ใช้จริงให้ได้ ออฟไลน์คือตัวแปรสำคัญ

อัปเดตเทรนด์ของการตลาดแบบดิจิทัลในปี 2019 จะมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพื่อเตรียมตัวตั้งรับและปรับกลยุทธ์ให้ทัน


ปี 2018 ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

1. ปีที่ผ่านมา Data กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญที่หลายๆ องค์กรนำไปใช้ประยุกต์ทำแคมเปญการตลาด (Data Utilization) ให้เกิดประโยชน์กันแทบทั้งนั้น โดยเฉพาะ SCB ที่ได้ประโยชน์จากโมเดลนี้อย่างมหาศาล โดยมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจว่าพวกเขาใช้งบลงสื่อไปแค่ 3-5 ล้านบาท แต่ได้ผลตอบแทนกลับมาสูงถึง 3 พันล้านบาท

2. DMP (Data Management Platform) หรือการนำข้อมูลจากหลายๆ ช่องทางที่มีมากองรวมกันแล้วพยายามทำให้มองเห็นสัญญาณอะไรบางอย่างจาก Data เหล่านั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะใครที่เรียนรู้วิธีการนี้ก่อนก็ย่อมกุมความได้เปรียบไว้มากกว่า

3. แบรนด์และลูกค้าเริ่มก้าวหน้ามากขึ้น ทุกคนเข้าใจแล้วว่า ‘ดิจิทัล’ ไม่ใช่แค่เรื่องของการสื่อสารอีกต่อไป แต่มองเป็นโอกาสกันแทบทั้งนั้น น้อยรายที่จะเข้ามาแล้วหวังยอดไลก์หรือสร้างไวรัล ดังนั้นใครที่ติดสลักคิดแบบนี้แปลว่าล้าหลังไปแล้ว 5 ปี

4. ลูกค้า (แบรนด์) เริ่มมองหา Creation of marketing experience system หรือการสร้างระบบประสบการณ์ของผู้บริโภคในมุมดิจิทัล เช่น การสร้างแพลตฟอร์ม CRM, ระบบตอบโต้ลูกค้า, การเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ, การสร้าง Journey ของผู้บริโภคตั้งแต่เห็นโฆษณาแล้วต่อยอดอย่างเป็นระบบมากขึ้น เริ่มมีการทำ LINE OA หรือแชตบอต

5. หมดยุคการสร้างแบรนด์ผ่านหนังโฆษณาแบบ Emotional การสร้างแบรนด์ในยุคนี้ต้องร่วมกันสร้างกับผู้บริโภค เน้นที่คุณภาพสินค้าและบริการเป็นหลัก ฝั่งแบรนด์เองก็เริ่มสร้างคอนเทนต์เองมากขึ้นเช่นกัน (Branded Content) แล้ววิธีการสื่อสารกับผู้บริโภคในปัจจุบันก็มีความเป็นมนุษย์หรือ Humanized Communication กว่าเดิม


ปี 2019 มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?

1. Digital Marketing จะกลายเป็นเมนสตรีม เนื่องจากพบว่า 10 แคมเปญ ยกตัวอย่างการตลาดของ SCB ในปีที่ผ่านมา มีแค่ 3 แคมเปญเท่านั้นที่ใช้สื่อเก่า เพราะมองออฟไลน์เป็นแพลตฟอร์มเฉพาะกลุ่ม (Niche)

2. ปีนี้แบรนด์ไหนเจอ ‘จุดสมดุล’ ของตัวเองก่อนก็จะได้เปรียบ วันนี้ไม่มีสื่อแพลตฟอร์มใดเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกคนด้วยราคาที่ถูกอีกต่อไป ราคาโฆษณาออนไลน์วันนี้เองก็เริ่มแพงขึ้น ฉะนั้นการไปทุ่มซื้อสื่อออนไลน์หมดแล้วทิ้งออฟไลน์ที่เป็นเครื่องมือช่วยตอกย้ำคนก็จะทำให้ขาดลูปของ Journey

3. กรณีศึกษาคือ Oppa Me ที่แม้จะดำเนินธุรกิจออนไลน์ แต่ก็ทุ่มซื้อสื่อโฆษณาแบบ Out of home มีป้ายบิลบอร์ดหรือวิธีการนำเสนอผ่านสื่อกลางแจ้ง เพราะสุดท้ายแล้วใน 1 วันคนไทยจะใช้เวลาบนสื่อออนไลน์แค่ 9 ชั่วโมงเท่านั้น

4. แพลตฟอร์มออนไลน์ก็เปรียบเสมือนค่า Default ที่แบรนด์ต้องดำเนินการสื่อสารออกไปเป็นปกติอยู่แล้ว ในทางกลับกัน ‘ออฟไลน์’ ต่างหากที่ทุกคนจะลืมไม่ได้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงว่ามันอาจจะพลิกกลับมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Key Differentiation) ที่ใครแตะคนในโลกแห่งความเป็นจริงได้มากกว่ากัน คนนั้นก็มีสิทธิ์ชนะสูงกว่า

5. ข้อมูลจะถูกนำมาใช้มากขึ้นตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ เช่น การสร้างบรีฟและโปรดักส์ จนต่อยอดไปสู่แคมเปญการตลาด การนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้งานจริงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Engineering Creativity หมายความว่า ใครก็ตามที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการมองเกมได้ขาด ใช้ข้อมูลแล้วทำให้เกิดผลได้ดีกว่าก็ย่อมชนะ

370 views